ติดต่อ: baleethai@yahoo.com

       ปัจจุบันมีหนังสือ พุทธทำนาย ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการพยากรณ์ถึงวันสิ้นโลกพิมพ์เผยแผ่มากมาย ความจริงแล้วการทำนายของพระพุทธเจ้าเท่าที่ปรากฏหลักฐานในพระไตรปิฏกมีเพียง 2 ครั้งเท่านั้น

       ครั้งแรกเป็นการทำานายสุบินนิมิตของพระองค์เอง ที่สุบินเห็นนิมิตแปลกประหลาด 5 ประการ ในราตรีของวันขึ้น 15 ค่ำ ก่อนวันตรัสรู้

      ครั้งที่ 2 ทรงทำนายสุบินนิมิตของพระเจ้าประเสนทิโกศล ที่สุบนิเห็นนิมิตแปลกประหลาดถึง 16 อย่างในคืนเดียว พุทธทำนายทั้ง 2 ครั้งไม่มีครั้งใดตรัสถึงความล่มสลาย หรือความแตกดับของโลก จะมีบ้างก็เพียงพยากรณ์เหตุการณ์เลวร้ายอันจะเกิดกับมนุษย์ในยุคที่ศีลธรรมเสื่อมโทรม

       นอกจากเหตุการณ์ทั้ง 2 แล้ว ก็ไม่ปรากฏว่าพระพุทธเจ้าเคยตรัสทำนายอะไรแก่ใครที่ไหนอีก ดังนั้น ขอทุกท่านที่ได้อ่านหนังสือพุทธทำนายที่นอกเหนือจากเหตุการณ์ดังกล่าว โปรดใช้สติพิจารณาเองเถิดว่า ควรจักเชื่อหรือไม่อย่างไร

1. โคถึกวิ่งมาทำท่าจะชนกัน แต่ไม่ชน 

       พระเจ้าประเสนทิโกศลสุบินนิมิตเห็นโคถึก 4 ตัว มีสีดอกอัญชัญ มีพลังมากยิ่ง ส่งเสียงคำรามลั่น วิ่งมาจากทิศทั้ง  4 หมายจะเข้าชนกันให้พินาศฝูงชนต่างรอดู แต่โคทั้ง 4 กลับหันหลังถอยกลับไปคนละทาง

       พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทำนายว่า ในกาลภายหน้า ในชั่วศาสนาของพระองค์ เมื่อโลกดำเนินไปถึงจุดเสื่อม มนุษย์ทั้งหลายไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรม ประกอบกรรมทำชั่วตามอำนาจกิเลส โลภ โกรธ หลง จะเกิดภัยแล้งและเกิดทุพภิกขภัย คือความอดอยาก ข้าวยากหมากแพงทุกหย่อมหญ้า เมื่อถึงฤดูฝน เมฆฝนจะตั้งเค้า มีเสียงฟ้าคำรามทั่วทุกทิศ เหมือนฝนจะตกแต่ไม่ตก

2. ต้นไม้เพิ่งงอกแต่ออกลูกเต็มต้น

       ข้อสอง สุิบินนิมิตเห็น ต้นไม้เล็ก ๆ เพิ่งจะโตสูงเพียงคืบบ้าง ศอกบ้าง ก็ผลิดอกออกผลทั่วทุกแห่งหน

      พระพุทธเจ้าทรงทำนายว่า ในกาลภายหน้า เมื่อโลกเสื่อมลงมนุษย์ทั้งหลายมักจะมีกามราคะแรงกล้ามากขึ้น จะสมสู่กันตั้งแต่อายุยังน้อยและมีลูกก่อนวัยอันควรเหมือนกันไปทุกหนทุกแห่ง ดังต้นไม้ที่เพิ่งเติบโตแค่คืบก็ออกดอกเต็มต้นฉะนั้น

3. แม่โคขอดูดนมจากลูกโค

       ข้อสาม สุบินนิมิตเห็น แม่โคพากันตามงอนง้อขอดูดนมจากลูกโคน้อย ซึ่งเห็นแล้วมีความหดหู่ใจยิ่งนัก

       พระพุทธเจ้าทรงทำนายว่า ในกาลต่อไปดภายหน้า บุตรธิดาจะไม่รู้สำนึกในบุญคุณของบิดามารดา จะพากันละทิ้งพ่อแม่ที่แก่ชราโดยไม่ไยดีมารดาบิดาที่แก่ชรา ไม่มีเรี่ยวแรงทำมาหากิน จึงต้องยอมอ้อนวอนให้ลูกสงสาร และเลี่ยงดูตนบางครั้งต้องยอมประจบประแจงเอาใจสารพัด เป็นภาพที่น่าอดสูยิ่งนัก

4. ใช้โครุ่นลากไถแทนโคใหญ่

       ข้อสี่ สุบินนิมิตเห็น ผู้คนนำโครุ่นที่ไม่มีกำลังและไม่รู้งาน มาลากไถใช้งานแทนโคใหญ่ที่สมบูรณ์ที่มีกำลังและรู้งาน เมื่อโครุ่นมันลากเกวียน ลากไถ ไม่ไหวก็สลัดแอกทิ้งไป ทำให้งานเสียหาย

      พระพุทธเจ้าทรงทำนายว่า ในอนาคตกาลภายหน้า เมื่อผู้มีอำนาจไม่ตั้งอยู่ในธรรม แทนที่จะเรียกหรือแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถให้ได้ทำงาน สร้างความเจริญให้กับบ้านเมืองกลับมอบหมายหน้าที่และยศตำแหน่งให้บุคคลที่ยังหนุ่ม อ่อนประสบการณ์ให้ทำงาน ทำให้กิจการของบ้านเมืองเสียหาย ไม่เจริญก้าวหน้า เหมือนโครุ่นที่ไม่สามารถลากไถและิทิ้งหนีไปทำให้งานเพาะปลูกเสียหาย ฉะนั้น

5. ม้าสองปากกินหญ้าไม่รู้อิ่ม

       ข้อห้า สุบินนิมิตเห็น ม้าตัวหนึ่ง มีปากสองข้าง มีคนเอาหญ้ามาป้อน มันก็เคี้ยวกินทั้งสองปาก กินเท่้าไหร่ก็ไม่อิ่ม ไม่รู้จักอิ่ม

       พระพุทธเจ้าทรงทำนายว่า ในกาลภายหน้า เมื่อศีลธรรมเสื่อมลงบุคคลที่เป็นคนพาลจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ตัดสินคดีความ คนพาลนั้นจะเรียกเก็บค่าสินบนจากคู่ความทั้งสองฝ่าย ฝ่ายไหนที่ให้มากกว่าก็จะตัดสินให้ผู้นั้นเป็นฝ่ายชนะ ฝ่ายไหนที่ให้น้อยก็ตัดสินให้เป็นฝ่ายแพ้ไป จะตัดสินตามความชอบใจ ไม่คำนึงถึงความบริสุทธิ์ ยุติธรรม คำนึงแต่ประโยชน์ของตนและพวกพ้องเป็นที่ตั้ง ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า 2 มาตรฐาน เหมือนม้าสองปาก ฉะนั้น

6. คนเอาถาดทองไปรองให้จิ้งจอกนั่ง

       ข้อที่หก สุบินนิมิตเห็น ผู้คนนำภาชนะทองคำ ราคาแพง ไปเชื้อเชิญให้สุนัขจิ้งจอกขึ้นนั่งและปัสสาวะราด มองดูแล้วขัดนัยต์ตาน่าบัดสี ทั้งสุนัขจิ้งจอกที่ท่าทีเย่อหยิ่งจองหองเหมือนตนเป็นผู้ใหญ่ยิ่งนัก

       พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในกาลเบื้องหน้า คนดีมีสกุลหรือคนในระดับพระมหากษัตริย์จะสิ้นอำนาจวาสนา คนถ่อยด้อยสกุลจะได้เป็นใหญ่เป็นโตคับบ้านคับเมือง ทำให้คนดีต้องยอมเป็นข้ารับใช้ให้เขาย่ำยี บางครั้งต้องยกลูกสาวให้ ทำให้ตระกูลต้องเสื่อมเสีย

7. สุนัขตัวเมียขโมยกัดเชือกใต้แคร่

       ข้อเจ็ด สุบินนิมิตเห็น บุรุษคนหนึ่งนั่งฟั่นเชือกหนังอยู่บนตั่ง ปล่อยปลายเชือกข้างหนึ่งห้อยลงพื้น มีสุนัขหิวโซตัวหนึ่งนอนอยู่ใต้ตั่ง แอบขโมยกัดกินเชือกนั้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว

       พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในอนาคตกาลเมื่อศีลธรรมเสื่อมถอย สตรีจะมีจิตใจโลเล เหลาะแหละลุ่มหลงในอบายมุข เอาแต่แต่งเนื้อแต่งตัวเที่ยวงเตร็ดเตร่แอบเอาทรัพย์ที่สามีหามาได้ด้วยความลำบากไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ปรนเปรอชายชู้ หาความสุขใส่ตัวโดยที่สามีไม่รู้ตัว เหมือนนางสุนัขที่หิวโซแอบกัดกินเชือกใต้แคร่ ฉะนั้น

8. คนตักน้ำเทใส่ตุ่มที่เต็มแล้ว

       ข้อแปด สุบินนิมิตเห็น ชนจำนวนมากพากันตักน้ำเทใส่ตุ่มใบใหญ่ใบเดียว แม้จะมีน้ำเต็มจนล้นแล้วก็ยังเทใส่ ทั้งที่มีตุ่มใบเล็กว่างเปล่้าตั้งรายล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีใครสนใจจะเทน้ำใส่

        พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในอนาคตกาล เมื่อศีลธรรมเสื่อมลงคนพาลได้เป็นใหญ่เป็นโต มีอำนาจวาสนาเข้าบริหารบ้านเมือง ก็จะทุจริตคอรัปชั่น โกงกินบ้านเมืองกอบโกยทรัพย์สินเข้ากระเป๋าตนเองและพวกพ้องไม่สนใจประชาชนคนยากคนจน และยังต้องกู้หนี้ยืมสินจากต่างประเทศเข้ามาโกงกิน แล้วโยนภาระให้กับประชาชนที่ยากจนและมีหนี้สินอยู่แล้วให้จนและมีหนี้สินมากยิ่งขึ้น เข้าทำนองว่า รัฐบาลตุ่มใหญ่ประชาชนตุ่มเล็ก

9. สระขุ่นกลาง ใส่ขอบ

      ข้อเก้า สุบินนิมิตเห็น สระมีดอกบัวบานนานาชนิดขึ้นเต็มพื้นน้ำ มีท่าขึ้นลงโดยรอบ ที่แปลกก็คือน้ำกลางสระที่ลึกกลับขุ่นข้น ส่วนบริเวณริมสระที่มีสัตว์เหยียบย่ำลงดื่มน้ำกลับใส่สะอาด

       พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในอนาคตกาลเมื่อคนที่มีอำนาจในบ้านเมืองไม่ตั้งอยู่ในธรรม ใช้อำนาจรีดนาทาเร้น กินสินบนมากเข้า ชาวบ้านชาวเมืองก็อพยพหนีไปอยู่ชายแดนหรือในถิ่นห่างไกลในต่างประเทศ รวมกลุ่มกันพัฒนาจนมีความเป็นอยู่ที่ดีเป็นปึกแผ่น

10. ข้าวหุงหม้อเดียว แต่มีทั้งดิบและสุก

      ข้อสิบ สุบินนิมิตเห็น ข้าวที่หุงในหม้อใบเดียวกัน สุกไม่เท่ากัน คือบางส่วนสุก บางส่วนดิบ และบางส่วนเปียกแฉะ

       พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในกาลภายหน้าเมื่อคนทั้งหลายไม่ตั้งอยู่ในธรรม ละทิ้งขนบทำเนียมประเพณีอันดีงามกันมากขึ้น จะส่งผลให้ฝนฟ้าอากาศแปรปรวน บางที่น้ำท่วม บางที่แห้งแล้ง บางที่พอดี ส่งผลให้การเกษตรและพืชพันธุ์ธัญญาหารที่ปลูกไว้บางแห่งเสียหายเพราะน้ำท่วมบางแห่งได้ผลดี เหมือนข้าวในหม้อที่สุกบ้าง แฉะบ้าง ฉะนั้น

11. คนแก่เอาจันทร์แลกกับเปรียงเน่า

       ข้อสิบเอ็ด สุบินนิมิตเห็น คนแก่นำเอาแก่นจันทร์หอมที่มีราคาไปแลกกับน้ำเปรียงเน่า

       พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในกาลภายภาคหน้าพระภิกษุอลัชชี ไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรม มีความละโมบโลภมาก จำนำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไปเทศน์เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ แทนที่จะสั่งสอนให้เขาพ้นจากทุกข์ คือเอาพระธรรมที่มีค่าสูงไปแลกกับเงินทอง ชื่อเสียง ลาภสักการะที่พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนก้อนเขฬะ(น้ำลาย) ซึ่งเป็นของต่ำ นำพากิเลสของตนให้พอกพูนและเป็นทุกข์ เหมือนเอาแก่นจันทร์ที่มีราคาไปแลกเปรียงเน่า ฉะนั้น

12. กระโหลกน้ำเต้าจมน้ำ

       ข้อสิบสอง สุบินนิมิตเห็น กระโหลกน้ำเต้าที่ปกติจะลอยน้ำ อยู่ๆกลับจมลงในน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้

       พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในอนาคตกาล เมื่อศีลธรรมเสื่อมทรามลงในรัชกาลของพระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม บุคคลผู้เป็นอันธพาลจักได้รับพระราชทานยศตำแหน่งให้เป็นใหญ่ในบ้านเมืองถ้อยคำของเขาเหล่านั้นจักเป็นที่เชื่อถือ ไม่ว่าจะกล่าวสิ่งใดในสภาหรือที่ประชุมก็จะได้รับการสนับสนุน แม้ในหมู่สงฆ์ก็เช่นเดียวกัน คำพูดของคนชั่วทุศีลจะได้รับความเชื่อถือว่าจะสามารถนำไปสู่ความพ้นทุกข์ได้เปรียบเหมือนน้ำเต้าที่ไม่มีน้ำหนัก แต่มีผู้ให้ความสำคัญจนกลายเป็นมีน้ำหนักจมน้ำได้ ฉะนั้น

13. หินลอยน้ำ

       ข้อสิบสาม สุบินนิมิตเห็น ก้อนศิลาแท่งทึบ ขนาดเท่่าเรือนยอดลอยน้ำได้เหมือนเรือ

       พระพุทธเจ้าทรงทำนายว่า ผลแห่งความฝันนี้จักเกิดขึ้นในอนาคตกาลข้างหน้าในรัชกาลของพระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ทรงพระราชทานยศแก่คนไม่มีสกุล คนชั่วอันธพาน คนที่มีสกุลดีเป็นบัณฑิต เป็นคนดี จักตกยาก ไม่ได้รับความเคารพยำเกรง แม้ถ้อยคำที่กล่าวแสดงในสภาหรือในที่ประชุมก็จักขาดน้ำหนักไม่มีใครใส่ใจ และถูกเยาะเย้ยจากพวกคนพาล แม้ในหมู่พระสงฆ์ พวกภิกษุก็จักไม่ให้ความเคารพยำเกรงในพระภิกษุผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ แม้ทานแนะนำสิ่งใดก็ไม่เชื่อฟัง เปรียบเหมือนหินที่มีน้ำหนักแต่ไม่จมน้ำ คือไม่ได้รับความสำคัญ

14. ผู้เขียดน้อยกลืนกินงูเห่า

       ข้อสิบสี่ สุบินนิมิตเห็น ฝูงเขียดตัวเล็กๆเท่าดอกมะซาง วิ่งไล่กวดงูเง่าขนาดใหญ่ กัดเนื้อขาดเหมือนตัดก้านบัวแล้วกินเป็นอาหาร

       พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในกาลภายหน้า เมื่อโลกหมุนไปถึงจุดเสื่อมสุด มนุษย์ทั้งหลายจะมีราคจริตแรงกล้า บุรุษที่มีอายุมากจะตกอยู่ในอำนาจของภรรยาเด็ก ทรัพย์สมบัติทั้งหลายที่มีอยู่จะถูกครอบครองถือสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวทั้งหมด เมื่อสามีสอบถามรายรับรายจ่าย ก็จะถูกด่า พูดจาเสียดสี ข่มไว้ในอำจาจดังทาสและคนใช้ว่ากันตรงๆก็คือเมียจะทำตัวเป็นช้างเท้าหน้าเหยีบสามีไว้ใต้เท้าเท่านั่นแลเหมือนเขียดที่ขย่ำงูที่เก่งกล้าเป็นอาหาร ฉะนั้น

15. ฝูงหงส์ลดตัวลงเป็นบริวารกา

      ข้อสิบห้า สุบินนิมิตเห็น ฝูงหงส์ทองพากันเข้าไปแวดล้อมกา และติดตามกาเที่ยวหากินตามบ้านเรือนต่างๆ

       พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในอนาคตกาล ในรัชกาลของพระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม และไม่มีความรอบรู้ในการปกครองบริหาบ้านเมืองพระองค์จักไม่แต่งตั้งบุคคลที่มีเชื้อชาติเสมอกับพระองค์ ด้วยเห็นว่าจะเป็นภัยต่อพระราชบัลลังก์ จักทรงแต่งตั้งคนที่มีตระกูลต่ำศักดิ์ที่คอยประจบประแจงให้เป็นใหญ่ เมื่อเป็นดังนี้ บุคคลที่เกิดในตระกูลสูงศักดิ์ไม่สามารถเลี้ยงตัวได้จึงจำยอมพากันเข้าปรนนิบัติ ประจบประแจงพวกสกุลต่ำแต่มียศเหล่านั้น จึงเป็นฝูงหงส์แวดล้อมฝูงกา ฉะนั้น

16. เสือกลัวแกะกิน

       ข้อสิบหก สุบินนิมิตเห็น ฝูงแกะพากันไล่กวดฝูงเสือเหลืองและกัดกินอย่างหิวโรย บรรดาเสืออื่น มีเสือดาว เสือโคร่ง เห็นฝูงแกะอยู่ห่างๆก็สะดุ้งหวาดกลัวถึงความสยดสยองพากันวิ่งหนีเข้าป่าไป

       พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในกาลภายหน้า ในสมัยของพระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม พวกที่เป็นคนพาลไม่มีสกุลจักกลายเป็นราชวัลลภ(คนโปรด) และได้รับตำแหน่งให้เป็นใหญ่เป็นโต  คนมีสกุลจะอับเฉา ราชวัลลภเหล่านั้นเมื่อเป็นใหญ่เป็นโตแล้วพากันรุกเอาที่ดิน เรือกสวนไร่นา ตลอดถึง ทรัพย์สินของคนสกุลสูงเหล่านั้น เมื่อไม่ยินยอมก็ใช้อำนาจทางกฏหมายที่ตนมีอยู่เข้าลงโทษให้ต้องติดคุก ต้องโทษประหารพวกสกุลสูงอื่นเมื่อเห็นดังนี้ ก็พากันหลักหนี หลบเลี่ยง ไม่กล้ามีเรื่องกับราชวัลลภเหล่านั้น เหมือนเสือเหลืองไม่กล้าต่อกลอนกับแกะ ฉะนั้น

 

ในยูทูบก็มีเป็นเสียงเทศน์ พุทธทำนาย ความฝันที่เป็นจริง ผญาภาษาอีสาน ลาว โดยพระอาจารย์สมภพ โชติปัญโญ 

เข้าดูได้ที่นี่ http://www.youtube.com/watch?v=XIRSHMYT1TE&list=PL3C37D8A4A805DF30

 

จากหนังสือ 7 พุทธวิธีรักษาโรคและพุทธทำนาย 16 ข้อ

สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

7buddhavitee.jpg

 

 


ไม่มีความคิดเห็นในขณะนี้.

คุณต้องสมัครสมาชิกหรือเข้าสู่ระบบก่อน จึงจะแสดงความคิดเห็นได้.